"เลียงผาอยู่ภูเขา หนวดพรายเพราเขาแปล้ปลาย 
อย่างแพะหมาย ขนเหม็นสาบหยาบเหมือนกัน
 
ลียงผาอยู่พ่างพื้น ภูเขา
หนวดพู่ดูเพราเขา ไปล่ท้าย 
รูปร่างอย่างแพะเอา มาเปรียบ 
ขนเหม็นสาบหยาบ กลิ่นกล้าเหมือนกัน"
 
สัตว์ที่พบในคำประพันธ์บทนี้คือ : เลียงผา แพะ

เลียงผา
 
ชื่อสามัญ: Serow
ชื่อวิทยาศาสตร์: Capricornis sumatraensis
ลักษณะ: เป็นสัตว์กีบคู่มีเขาจำพวกแพะ ความสูงที่ไหล่ 85 - 94 ซ.ม. หนักประมาณ 85 - 140 กิโลกรัม. อาศัยอยู่ตามภูเขาที่มีหน้าผา หรือถ้ำตื้น ว่องไวและปราดเปรียวมาก สามารถว่ายน้ำข้ามระหว่างเกาะ และแผ่นดินได้ มีประสาทตา หู และรับกลิ่นได้ดีมาก ชอบกินพืชต่างๆ ออกลูกครั้งละ 1 ตัว 
 
แพะ
 
ชื่อสามัญ: Goat
ชื่อวิทยาศาสตร์: Capra aegagrus hircus
ลักษณะ: มีเขาเหยียดยาวไปทางด้านหลัง ปลายโค้งงอลง และมีเคราที่ใต้คาง  นอกจากนี้ แพะยังมีหางยาวกว่าแกะมาก แต่ไม่มีวงขนรอบก้นเหมือนแกะ ลักษณะที่อยู่อาศัยของพวกแพะจะอยู่ตามเขาสูงที่มีหน้าผาสูงชัน แต่แกะชอบอยู่ตามทุ่งโล่งเชิงเขาแพะป่าพบอาศัยอยู่ตามธรรมชาติในประเทศกรีก มีความสูงที่ไหล่ 70-100 ซม.ตัวผู้จะมีเขายาวประมาณ 80-150 ซม.
 
 
"กระจงกระจิดเตี้ย วิ่งเรี่ยเรี่ยน่า
เอ็นดูเหมือนกวางอย่างตาหู มีเขี้ยวน้อยสร้อยแนมสอง
 
กระจงกระจิดหน้า เอ็นดู
เดินร่อยเรี่ยงามตรู กระจ้อย
เหมือนกวางอย่างตาหู   ตีนกีบ
มีเคี่ยวขาวน้อยช้อย แนบข้างเคียงสอง"

สัตว์ที่พบในคำประพันธ์บทนี้คือ : กระจง กวาง
 
กระจง

ชื่อสามัญ: Mouse deer
ชื่อวิทยาศาสตร์: Tragulus javanicus 
ลักษณะ: จัดเป็นสัตว์กีบคู่ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก รูปร่างหน้าตาคล้ายเก้งหรือกวาง แต่จะต่างกันตรงกระจงหนูจะไม่มีต่อมน้ำตา ขนตามลำตัวสีน้ำตาลแดงบริเวณหน้าอก และใต้ท้องมีแถบสีขาว 3 เส้นขนานไปกับลำตัว ไม่มีเขาทั้งตัวผู้และตัวเมีย แต่จะมีเขี้ยวงอกมาจากริมฝีปาก โดยเขี้ยวของตัวผู้จะยาวกว่าตัวเมียมีความยาวลำตัวและหัว 40-48 เซนติเมตร  ความยาวหาง 65-80 เซนติเมตร น้ำหนัก 0.7-2 กิโลกรัม มีพฤติกรรมหากินตามลำพัง  ใช้เวลาในการตั้งท้องประมาณ 140 วัน ปกติออกลูกครั้งละ 1 ตัว ในช่วงปลายฤดูฝนที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์
 
กวาง
 
ชื่อสามัญ: Deer
ชื่อวิทยาศาสตร์: Cervidae
ลักษณะ: มีลักษณะ ขนยาวหยาบสีน้ำตาล ตัวผู้มีเขาเป็นแขนง ผลัดเขาปีละครั้ง ชอบอยู่ตามลำพังตัวเดียวยกเว้นฤดูผสมพันธุ์ กินใบไม้อ่อน หญ้าอ่อน
 
 
"ฝูงลิงใหญ่น้อยกระจุ๊ย   ชะนีร้องอุ่ยอุ้ยร้องหา
ฝูงค่างหว่างพฤกษา  ค่างโจนไล่ไขว่ปลายยาง
 
ฝูงลิงยวบยาบต้น   พวาหนา
ฝูงชะนีมี่กู่หา   เปล่าข้าง
ฝูงค่างหว่างพฤกษา   มาสู่
ครอกแครกไล่ไขว่คว้าง โลดเลี้ยวโจนปลิว"
 
สัตว์ที่พบในคำประพันธ์บทนี้คือ : ลิง ชะนี ค่าง 
 
ลิง
 
ชื่อสามัญ: Monkey
ชื่อวิทยาศาสตร์: Macaca mulatta
ลักษณะ: จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จัดอยู่ในอันดับ Primates ลักษณะท่าทางคล้ายคน (คนจัดอยู่ในอันดับ Primates) ตีนหน้าและตีนหลังใช้จับเกาะได้ ที่มีหาง เช่น วอก (Macaca mulatta) ที่ไม่มีหาง เช่น กอริลลา (Gorilla gorilla)
 
ชะนี
 
ชื่อสามัญ: Gibbon
ชื่อวิทยาศาสตร์: Hylobates
ลักษณะ: เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เป็นลิงที่ไม่มีหาง ซึ่ ชะนีส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ โดยอยู่กันแบบครอบครัวที่มีผัวเดียวเมียเดียว แต่อยู่เป็นฝูง ฝูง ๆ หนึ่งมีสมาชิกตั้งแต่ 2-5 ตัว ชะนีมีแขนที่ยาวและแข็งแรงรวมทั้งมือ ใช้สำหรับห้อยโหนต้นไม้จากต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว อาหารของชะนีหลัก ๆ คือ พืช ต่าง ๆ แต่อาจจะกินสัตว์ขนาดเล็กได้เพื่อเพิ่มโปรตีน โดยปกติแล้วชะนีจะใช้ชีวิตแทบทั้งหมดอยู่บนต้นไม้สูง จะลงมาพื้นดินก็แค่ดื่มน้ำหรือเหตุอย่างอื่น ซึ่งตามปกติชะนีจะดื่มน้ำโดยการควักล้วงจากโพรงไม้หรือเลียตามใบไม้

ค่าง
 
ชื่อสามัญ: Langur
ชื่อวิทยาศาสตร์: Trachypithecus obscurus
ลักษณะ: มีรูปร่างที่เพรียวบางกว่า ขาทั้ง 4 ข้างเรียวยาวกว่า แต่มีนิ้วโป้งสั้นกว่า มีหางที่ยาวกว่า รวมถึงขนที่ยาวกินอาหารจำพวกพืชเป็นหลักและอาจจะกินแมลงเป็นเพียงอาหารเสริมเท่านั้น
 
 
"งูเขียวรัดตุ๊กแก ตุ๊กแกแก่คางแข็งขยัน
กัดงูงูยิ่งพัน อ้าปากง่วงล้วงตับกิน
 
งูเขียวแลเหลื้อมพ่น พิษพลัน
ตุ๊กแกคางแข็งขยัน คาบไว้
กัดงูงูเร่งพัน ขนดเครียด
ปากอ้างูจึงได้ ลากล้วงตับกิน"

สัตว์ที่พบในคำประพันธ์บทนี้คือ : งู ตุ๊กแก
 
งู
 
ชื่อสามัญ: Snake
ชื่อวิทยาศาสตร์: Python molurus
ลักษณะ: เป็นสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง ไม่มีขา ไม่มีเปลือกตา มีเกล็ดปกคลุมผิวหนังทั่วทั้งลำตัว ลักษณะลำตัวยาวซึ่งโดยขนาดของความยาวนั้น จะขึ้นอยู่กับชนิดของงู ปราดเปรียวและว่องไวในการเคลื่อนที่ มีลิ้นสองแฉกเพื่อใช้สำหรับรับความรู้สึกทางกลิ่น
 
ตุ๊กแก
 
ชื่อสามัญ: Gecko
ชื่อวิทยาศาสตร์: Gecko
ลักษณะ: สัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง มีหลายสีด้วยกัน เช่น น้ำตาล เทา ดำ ฟ้าอ่อนและมีลายจุดสีส้มทั่วตัว สามารถปรับสีได้ตามสภาพแวดล้อมที่อาศัย ดวงตาไม่มีเปลือกตาปกปิด ขนาดความยาวของลำตัวประมาณ 30 เซนติเมตร กินแมลงเป็นอาหารพบได้ทั่วไปโดยเฉพาะภาคกลาง ตุ๊กแกอาศัยอยู่ทั้งในบริเวณพื้นที่แถบป่าไม้และในบริเวณบ้านเรือน ชอบมุมมืดปราศจากการรบกวน ออกลูกเป็นไข่
 
 
"ยูงทองย่องเยื้องย่าง รำรางชางช่างฟ่ายหาง
ปากหงอนอ่อนสำอาง ช่างรำเล่นเต้นตามกัน

ยูงทองย่องย่างเยื้อง   รำฉวาง
รายร่ายฟ่ายเฟื่องฟาง   เฉิดหน้า
ปากหงอนอ่อนสำอาง ลายเลิศ
รำเล่นเต้นงามหง้า   ปีกป้องเป็นเพลง"
 
สัตว์ที่พบในคำประพันธ์บทนี้คือ : นกยูง 
 
นกยูง
 
ชื่อสามัญ: Green Peafowl 
ชื่อวิทยาศาสตร์: Pavo muticus 
ลักษณะ: เป็นนกขนาดใหญ่มาก ทั้งเพศผู้และเพศเมียมีหงอนเป็นพู่สีเหลืองอยู่บนหัว ต่างจากนกยูงอินเดียซึ่งเป็นรูปพัด บนหัวและคอเป็นขนสั้น ๆ สีเขียวเหลือบน้ำเงิน หน้ามีสีฟ้า ดำ และเหลือง ขนคอ หน้าอกและหลังตรงกลาง ขนมีเหลือบน้ำเงินแก่ล้อมด้วยสีเขียวและสีทองแดง นกยูงตัวผู้มีแพนขนปิดหางยาวหลายเส้น ตรงปลายมีดอกดวง "แววมยุรา" ตรงกลางดวงมีสีน้ำเงินแกมดำอยู่ภายในพื้นวงกลมเหลือบเขียว ล้อมรอบด้วยรูปไข่สีทองแดง เมื่อนกยูงรำแพนจึงเป็นรูปพัดขนาดใหญ่มีสีสันสวยงามมาก นกยูงตัวเมียมีขนาดเล็กกว่าตัวผู้เล็กน้อย และมีเดือยสั้นกว่า ขนของตัวเมียมักมีสีน้ำตาลแดงแทรกอยู่เป็นคลื่น
 
 
"ไก่ฟ้าอ้าสดแสง   หัวสุกแดงแทงเดือยแนม
ปีกหางต่างสีเแกม   สีแต้มต่างอย่างวาดเขียน
 
ไก่ฟ้าหน้าก่ำกล้า   ปากแหลม
หัวแดงแฝงเดือยแนม   เนื่องแข้ง
ปีกหางต่างสีแกม   ลายลวด
ตัวต่างอย่างคนแกล้ง   แต่งแต้มขีดเขียน" 

สัตว์ที่พบในคำประพันธ์บทนี้คือ : ไก่ฟ้า
 
ไก่ฟ้า
 
ชื่อสามัญ: Siamese Fireback
ชื่อวิทยาศาสตร์: Lophura diardi 
ลักษณะ: เป็นไก่ขนาดกลาง ตัวผู้มีหน้ากากสีแดงสด บนหัวมีเส้นขนแตกพุ่มตรงปลายสีดำเหลือบน้ำเงินยาวโค้งไปด้านหลัง ปากสีเหลืองขุ่น รอบคางใต้หน้ากากลงมามีขนสีดำ ลำตัวด้านบน อก คอ และปีกมีสีเทา ลักษณะเด่นคือ ขนตอนท้ายของลำตัวใกล้โคนหางจะมีสีเหลืองแกมสีทองเห็นได้ชัดเจนขณะกระพือปีกขนคลุมโคนหางมีสีดำเหลือบน้ำเงินขอบสีแดงอิฐซ้อนกันหลายชั้น หางมีสีดำเหลือบเขียวยาวและโค้งลง ขนคลุมปีกมีลายสีดำขอบขาว ท้องสีดำ แข้งสีแดงมีเดือย ตัวเมียหน้าสีแดง บริเวณหน้าอก คอ หลังมีสีน้ำตาลแกมแดง ท้องมีลายเกล็ดน้ำตาลแดงขอบสีขาว ปีกมีสีดำสลับด้วยลายสีขาวตามแนวขวาง หางคู่บนสีดำสลับขาวส่วนคู่ล่างถัดลงมา สีน้ำตาลแกมแดง แข้งสีแดงไม่มีเดือย
 
 
"ดูหนูสู่รูงู   งูสุดสู้หนูสู้งู
หนูงูสู้ดูอยู่   รูปงูทู่หนูมูทู
 
ดูงูขู่ฝูดฝู้   พรูพรู
หนูสู่รูงูงู   สุดสู้
งูสู้หนูหนูสู้   งูอยู่
หนูรู้งูงูรู้   รูปถู้มูทู"

สัตว์ที่พบในคำประพันธ์บทนี้คือ : หนู งู 
 
หนู
 
ชื่อสามัญ: Mouse
ชื่อวิทยาศาสตร์: Mus Musculus
ลักษณะ: เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายสกุลในวงศ์ Muridae มีฟันแทะ มีอยู่ทั่วไปตามบ้านเรือนและในถิ่นธรรมชาติ มีหลายชนิด เช่น หนูพุกใหญ่(Bandicota indica) หนูท้องขาว (Rattus rattus) บางชนิดเป็นพาหะนำโรค
 
 
"นกแก้วแจ้วเสียงใส  คลอไคล้คู่หมู่สาลิกา
นกตั้วผัวเมียคลา   ฝ่าแขกเต้าเหล่าโนรี   

นกแก้วแจ้วรี่ร้อง   เร่หา
ใกล้คู่หมู่สาลิกา   แวดเคล้า
นกตั้วผัวเมียมา   สมสู่
สัตวาฝ่าแขกเต้า   พวกพ้องโนรี"

สัตว์ที่พบในคำประพันธ์บทนี้คือ : นกแก้ว นกสาลิกา นกโนรี นกกระตั้ว นกสัตวา นกแขกเต้า
 
นกแก้ว
 
ชื่อสามัญ: Alexandrine Parakeet 
ชื่อวิทยาศาสตร์: Psittacula eupatria
ลักษณะ: หางเล็กเรียวยาว ลำตัวสีเขียว จะงอยปากอวบอูม ปลายปากงุ้มลงสีแดง มีแถบสีแดงบริเวณหัวปีก นกตัวผู้มีแถบแดงเล็ก ๆ บริเวณคอด้านหลัง และมีแถบดำบริเวณคอด้านหน้า ซึ่งไม่มีในนกตัวเมีย ใต้หางสีเหลืองคล้ำ ใบหน้าและลำคอสีปนเหลืองกลาง ตุ๊กแกอาศัยอยู่ทั้งในบริเวณพื้นที่แถบป่าไม้และในบริเวณบ้านเรือน ชอบมุมมืดปราศจากการรบกวน ออกลูกเป็นไข่
 
นกสาลิกา
 
ชื่อสามัญ: Blue Magpie
ชื่อวิทยาศาสตร์: Urocissa erythrorhyncha
ลักษณะ: ลำตัวมีขนาดยาว 64-66 เซนติเมตร สีม่วงอมฟ้า หางสีเดียวกับลำตัวและมีขลิบขาวที่ปลายเส้นขน ปากและขาสีแดงสดสะดุดตา หัวสีดำมีแถบสีขาวพาดกลางกระหม่อมลงไปจนถึงท้ายทอย ปกติอยู่เป็นคู่ หรือเป็นฝูงเล็กๆ 5-6 ตัว อาจพบอยู่เป็นฝูง หากินทั้งบนต้นไม้และบนพื้นดิน จะกระโดดไต่ไปตามกิ่งไม้อย่างคล่องแคล่ว ดูคล้ายกระรอก อาหาร ได้แก่ แมลง หอยทาก ตะขาบ ไข่ และลูกนกในรัง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก เวลาลงมาหากินบนพื้นดินหรือลงมากินน้ำ มักกระโดดไปพร้อมยกหางขึ้นสูงและปล่อยให้ปลายหางโค้งชี้ลงพื้นดิน ฤดูผสมพันธุ์อยู่ในฤดูร้อนต่อฤดูฝน ทำรังบนต้นไม้ รังรูปถ้วยตื้นๆ วางไข่ 3-5 
 
นกโนรี
 
ชื่อสามัญ: Lory
ลักษณะ: นกปากขอในวงศ์ Loriidae คล้ายนกแก้ว ตัวมีสีสันสวยงาม ขน ส่วนใหญ่ เป็นสีแดงชอบบินสูงเหนือยอดไม้ ไม่ส่งเสียง ร้องในขณะบินเหมือนนกแก้วชนิดอื่น อาหารโปรดปราน คือผลไม้สุกที่มีรสหวาน ส่วนหนอนกับแมลงเป็นบางมื้อ และ แปลกกว่านกแก้ว ชนิดใดๆ ตรงที่ ลิ้นของมันตอนปลายจะม้วนเป็นหลอดได้ สำหรับดูดกินน้ำหวานจากดอกไม้
 
นกกระตั้ว
 
ชื่อสามัญ: Cockatoo
ชื่อวิทยาศาสตร์: Psittacidae
ลักษณะ: เป็นนกประเภทปากคีม ส่วนมากจะมีสีขาว บางชนิดมีสีเหลืองอ่อนแซมเล็กน้อย มีหงอน มีลิ้นและสามารถสอนให้พูดได้เหมือนนกแก้ว ชื่อ Cockatoo เป็นภาษามาเลย์แปลว่าคีมใหญ่ พบในแถบอินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, นิวกินี, หมู่เกาะโซโลมอน และ ออสเตรียเลีย ชนิดที่มนุษย์จับมาเลี้ยงนั้นมีราคาสูง สกุลที่นิยมเลี้ยงในประเทศไทยคือ กระตั้วมอลลัคคัน, กระตั้วอัมเบรลล่า และ กระตั้วซัลเฟอร์เครสต์ กระตั้วที่อยู่ตามธรรมชาติจะมีอายุขัยเพียง 20-30 ปีเท่านั้น แต่กระตั้วที่มนุษย์นำมาเลี้ยงจะมีอายุยืนถึง 60-80 ปี
 
 
นกสัตวา
 
ชื่อสามัญ: Eclectus Parrot
ชื่อวิทยาศาสตร์: Eclectus roratus 
ลักษณะ: มีสีเขียวสดเกือบทั้งตัว ยกเว้นขอบปีกและขนปลายปีกมีสีน้ำเงินสด และยังมีสีน้ำเงินสดแซมที่หางอีกด้วย ใต้ปีกเป็นสีแดงสด แล้วยังแดงเลยมาจนถึงสีข้างอีกด้วย ทำให้แลเห็นสีแดงเข้มเด่นชัดมาก เพราะตัดกับขนสีเขียว ในขณะบิน มันจึงเป็นนกแก้วที่สวยมาก จะแลเห็นเป็นสีเขียวสลับกับสีแดง ปากบนมีสีแดง แต่ปากล่างมีสีดำ
 
นกแขกเต้า
 
ชื่อสามัญ: Parakeet
ชื่อวิทยาศาสตร์: Psittacula alexandri
ลักษณะ: เป็นนกแก้วชนิดหนึ่งมีชื่อสามัญว่า Red-breasted Parakeet ถือว่าเป็นนกประจำถิ่นที่พบได้ทุกภาคของประเทศไทยยกเว้นเฉพาะภาคใต้เท่านั้นที่ไม่พบ 
 
 

edit @ 19 Feb 2011 01:22:09 by GeRE133

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

รูปที่ 7 หน้าตาเหมือนคนโพสต์เลยนะ

#1 By เกียรติชัย (58.9.19.247) on 2011-02-23 15:11

ขอบคุนสำหรับข้อมูลมากค้าบ คุณ Gere
กระผมกำลังศึกษาเรื ่องนี้พอดีเลยค้าบ
ขอบคุนค้าบ

#2 By CHiDa (58.11.103.112) on 2011-02-23 15:19

ขอบคุณคร้าบ ได้ความรู้ใหม่เยอะเลยbig smile big smile

#3 By Big_Dek_Bha (183.89.26.88) on 2011-02-23 17:11

ข้อมูลดีมากเลยครับ ขอบคุณมากๆ

#4 By Wuo (223.205.245.239) on 2011-02-23 20:04

พี่ค่ะ ช่วยหาเป็นสัตว์น้ำได้ไหมค่ะdouble wink

#5 By วิภาพร (110.49.233.53) on 2011-10-26 19:30

ยังเหลือ ปลาอีก ไม่ใช้ หล๋อคับembarrassed tongue angry smile

#6 By มัจฉาชาติ (49.48.22.196) on 2011-11-09 20:04

แต่เก็ ขอบ คุณครับbig smile surprised smile open-mounthed smile confused smile

#7 By มัจฉาชาติ (49.48.22.196) on 2011-11-09 20:07

ข้อมูลงั้นๆอ่ะ

#8 By MK อร่อยดีน้ะ (122.154.68.11) on 2011-11-14 12:04

ข้อมูลมีประโยชน์มากเลยครับopen-mounthed smile confused smile

#9 By พีรวัฒน์ (110.49.225.155) on 2011-11-19 13:48

ไม่เห็นมีช้างกับปลาเลยหาให้หน่อยสิครูเอางานแบบของคุณมาเปงงานของผมอ่ะหาไม่เจอทั้งชื่อสามัญของช้างของปลาลักษณะอะไรอย่างนี้หาไม่เจอเลยหาให้หน่อยสิครับ

#10 By .... (223.205.166.42) on 2011-11-21 20:51

มั่วชัดๆมีตัวเหี้ยด้วย

#11 By พ่อมึงงะ (125.27.249.210) on 2011-11-28 17:56

อุ้ยกากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆไม่จริงอิอิใครเขียนว่ะ

#12 By กาก (125.27.244.79) on 2011-11-29 20:51

hf ctucg uuftui sri555+sad smile angry smile AOY THAI confused smile

#13 By dtydfy (202.143.166.219) on 2011-11-30 11:51

ข้าคือ ออยตุ่น 555+tongue

#14 By ออย ตุ่น (202.143.166.219) on 2011-11-30 11:53

omg คิคิ cry double wink wink surprised smile embarrassed question tongue angry smile sad smile confused smile open-mounthed smile big smile

#15 By The Memory (118.174.200.207) on 2011-12-05 23:42

น่าจะมีบทที่25บ้างนะค่ะ
หนูต้องการมากๆ
หาที่ไหนก็ไม่มีsad smile

#16 By เกด (192.168.1.9, 118.173.240.33) on 2011-12-11 11:20

ขอบคุรมั่กมาก เลยคร้าาา ช่วยหนูได้เยอะ ม๊ากก ;))

#17 By narumon (180.183.152.44) on 2011-12-11 12:25

ขอบคุนมากครับ big smile confused smile surprised smile surprised smile สู้ๆ

#18 By Art หล่อ (110.168.61.93) on 2012-01-09 17:47

จริงหรือน่ะ ไม่บอกไม่รู้big smile confused smile question

#19 By เด็กพ.พ. (103.1.166.2) on 2012-02-06 18:56

คนส่งน่ารัก surprised smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#20 By เด็กพ.พ. (103.1.166.2) on 2012-02-06 19:00

จริงง่ะ ไม่บอกไม่รู้ อีดอกconfused smile confused smile confused smile confused smile

#21 By เด็ก ลานไผ่ (10.0.0.245, 125.25.203.129) on 2012-02-07 13:36

#22 By ด่เก้ (182.52.61.154) on 2012-02-16 12:19

ขอบคุณเจ้า
   big smile     embarrassed  

#23 By may (103.7.57.18|118.172.68.232) on 2012-06-28 20:58

ขอบคุณมากๆ เลยครับ

#24 By leo beer (103.7.57.18|202.29.180.23) on 2012-08-29 09:28

#25 By nuch (103.7.57.18|101.51.171.35) on 2012-09-13 15:55

ทำไมมีสัตว์ไม่คบอ่ะ

#26 By name (103.7.57.18|182.53.227.188) on 2012-11-08 07:04

"สัตวาฝ่าแขกเต้า พวกพ้องโนรี "
สัตวาในที่นี้ไม่ได้หมายถึงนกสัตวานะคะ แค่หมายถึง สัตว์ทั้งหลาย สัตวาเเปลว่าสัตว์ทั้งหลาย ค่ะ confused smile confused smile

#27 By meennie (103.7.57.18|125.27.100.202) on 2012-12-12 12:33

ขอสัตว์ น้ำด้วยได้มั้ย ค่ะ !!!!

#28 By งิงิ (103.7.57.18|182.93.192.44) on 2012-12-13 11:42

เจเจ ศรีทอง

#29 By ผมไม่ไก่ (103.7.57.18|118.173.102.58) on 2013-02-14 21:19

ขอบคุณครับ ที่ให้ ข้อมูล

#30 By myice_za (103.7.57.18|180.183.93.76) on 2013-02-28 09:13

ต้องการข้อมูลแบบนี้พอดี

#31 By love 1D (49.49.39.40) on 2013-08-28 19:26

ได้ความรู้คร้าsurprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile surprised smile

#32 By อภิญญา ใหม่อินทร์ (49.230.94.255|10.161.242.1, 49.230.94.255) on 2014-02-14 13:58

มีคนคอมเม้นปลาเยอะก็อยากจะบอกไว้ว่าปลามันไม่มีสายพันธ์ระบุ !! WTF จิงๆ

#33 By I am Noname (1.10.210.30|1.10.210.30) on 2014-06-10 09:13

มีคนคอมเม้นปลาเยอะก็อยากจะบอกไว้ว่าปลามันไม่มีสายพันธ์ระบุ !! WTF จิงๆ


#34 By I am Noname (1.10.210.30|1.10.210.30) on 2014-06-10 09:13

มีคนคอมเม้นปลาเยอะก็อยากจะบอกไว้ว่าปลามันไม่มีสายพันธ์ระบุ !! WTF จิงๆ


#35 By I am Noname (1.10.210.30|1.10.210.30) on 2014-06-10 09:13

ปลามัน หายไปไหน นิembarrassed embarrassed

#36 By ClssicMc (1.10.210.30|1.10.210.30) on 2014-06-10 09:30

อยากได้อยู่พอดีเลยค่ะ

#37 By ตูน (58.11.16.168|58.11.16.168) on 2014-11-01 16:06

open-mounthed smile

#38 By (49.230.146.77|49.230.146.77) on 2014-11-13 19:50

หำพ

#39 By (125.24.157.105|125.24.157.105) on 2014-11-21 12:16

embarrassed

#40 By (125.24.145.4|125.24.145.4) on 2014-12-15 22:07